0

ร่มญี่ปุ่น วะกาซะ

ร่มญี่ปุ่น วะกาซะ


2020-09-12 11:57:23

   ร่มญี่ปุ่น วะกาซะ เก๋ไก๋ท่ามกลางสายฝน

                                                                                                                                                                                                                                          


         วะกาซะ หรือ ร่มญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในงานฝีมือที่เริ่มหาดูได้ยากขึ้้นเรื่อยๆ ลองมาดูเสน่ห์ของร่มญี่ปุ่นที่หลายคนยังคงหลงใหลและสืบทอดกันถึงปัจจุบัน

พอถึงหน้าฝนไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็ต้องมีร่มเป็นหนึ่งในของจำเป็นแน่นอน ญี่ปุ่นเองก็มีร่มแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า วะกาซะ (Wagasa : 和傘) แปลว่า ร่มญี่ปุ่น แต่การมาถึงของร่มพลาสติกทำให้ผู้คนสนใจร่มแบบดั้งเดิมน้อยลงไปเรื่อยๆ

ครั้งนี้เรามีโอกาสได้คุยกับคุณอัตสึโกะ (atsuko12) เจ้าของร้านร่มญี่ปุ่นสึจิคุระ (Tsujikura) ในเกียวโต ผู้เผยแผ่ความงามของร่มญี่ปุ่นผ่านโซเชียลมีเดีย มาดูกันว่าอะไรคือเสน่ห์ของร่มญี่ปุ่นที่คุณอัตสึโกะหลงใหล



เสน่ห์ของร่มญี่ปุ่นมีที่มาจากวัฒนธรรม

เสน่ห์ของร่มญี่ปุ่นอยู่ที่ตอนกางร่มออกมา ตัวร่มที่เรียกได้ว่าเป็นวงกลมสมมาตรอย่างสวยงาม แต่ที่อยากให้ดูเป็นพิเศษคือด้านใน

ซี่ร่มหลายสิบซี่แผ่กระจายออกไปในระยะห่างระหว่างซี่ที่เท่ากัน ซี่สีแดงตัดกับกระดาษญี่ปุ่นคาราคามิสีเข้ม ดูโดดเด่นแต่ก็ลงตัว

หลังจากชื่นชมความงามของรูปร่างไปแล้วพอได้ลองถือดูก็รู้สึกได้เลยว่าร่มญี่ปุ่นนี้ถือง่ายถนัดมือกว่าที่คิดเยอะเลย

ความงามที่แอบซ่อนอยู่และความสะดวกสบายใช้งานง่ายของร่มญี่ปุ่นนี้มีที่มาจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น

Image https://visitgifu.com/th/see-do/gifu-japanese-umbrella/

ร่มญี่ปุ่นที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น

หากจะย้อนรอยดูประวัติความเป็นมาของร่มญี่ปุ่นล่ะก็คงต้องย้อนกลับไปถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ตอนนั้นได้มีการนำร่มชนิดหนึ่งชื่อ "ร่มเท็นไก" มาจากประเทศจีน

แต่ร่มเท็นไกนี้ไม่สามารถพับได้ นานวันเข้าชาวญี่ปุ่นก็เริ่มปรับปรุงร่มเท็นไก เปลี่ยนมาใช้กระดาษญี่ปุ่นกบผืนร่ม เอาไม้ไผ่มาใช้ทำโครงร่ม

กล่าวกันว่าร่มญี่ปุ่นแบบที่สามารถหุบกางคล้ายกับที่เห็นในปัจจุบันนี้ถูกพัฒนาสำเร็จในช่วงยุคมุโรมะจิ (ช่วงปีค.ศ. 1336 - 1573)


บางครั้งก็มีคนเรียกร่มญี่ปุ่นว่า บังกาซะ หนึ่งในทฤษฎีที่มาของชื่อนี้บอกว่าสมัยก่อนโรงแรมและร้านอาหารจะมีร่มไว้บริการลูกค้าโดยจะเขียนหมายเลขเอาไว้ที่ร่มนั่นเอง (คำว่า บัง แปลว่า ลำดับเลข)

                                        雪の増上寺:川瀬巴水Image เสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบผืนกระดาษของร่มก็เป็นเอกลักษณ์ ฟังแล้วเพลินหู 

ศิลปินภาพพิมพ์อุคิโยะเอะในยุคเอโดะก็ชอบนำคนถือร่มญี่ปุ่นมาใส่ลงในภาพเช่นกัน จึงทำให้ผลงานชั้นครูมากมายมีภาพของคนกับร่มญี่ปุ่นอยู่อย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน เป็นหลักฐานว่าร่มญี่ปุ่นอยู่คู่กับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาช้านาน

ถึงแม้ว่าคนจะหันไปใช้ร่มแบบใหม่แทนร่มญี่ปุ่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ช่างฝีมือก็ยังคงเดินหน้าทำร่มญี่ปุ่นกันต่อไปเพื่อรักษาภูมิปัญญางานฝีมือดั้งเดิมนี้ แต่กว่าจะได้ร่มญี่ปุ่นแต่ละคันนั้นต้องใช้เวลาทำนานพอสมควร เพราะไหนจะหาคนมาสืบทอดวิชาเพื่อรับช่วงต่อ ไหนจะหาวัตถุดิบสำหรับทำร่มที่หายากขึ้นเรื่อยๆ

วัตถุดิบและกระบวนการผลิตร่มญี่ปุ่น

วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการทำร่มญี่ปุ่นคือไม้ไผ่ ไม้ต้นเอโกะโนะคิ (ต้นกำยานญี่ปุ่น) ยางรัก และกระดาษญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังใช้น้ำมันพืชในการเคลือบกระดาษเพื่อให้มีคุณสมบัติกันน้ำ จะเห็นว่าร่มญี่ปุ่นไม่ได้ใช้วัตถุดิบอะไรมากมายเลย

ซี่และโครงด้ามทำจากไม้ไผ่ ซึ่งจะถูกนำมาเย็บติดกันด้วยเชือกโดยมี โรคุโระ หรือตุ้มร่มด้านบนเป็นตัวช่วยยึด โรคุโระทำมาจากไม้ของต้นเอโกะโนะคิ (ต้นกำยานญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง         

                                       

ร่มญี่ปุ่น วะกาซะ เก๋ไก๋ท่ามกลางสายฝน

ถัดไปคือการทำผืนร่ม จากรูปจะเห็นว่าปลายรอบนอกของผืนร่มกับช่วงกลางผืนร่มจะมีวงกลมสีเข้มกว่าที่อื่นๆ เพราะมีการติดกระดาษยึดเอาไว้ก่อนหนึ่งชั้น วงกลมรอบนอกสุดจะเรียกว่า โนคิกามิ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและใช้เป็นที่ยึดกระดาษปลายผืนร่ม ส่วนวงกลมรอบในเรียกว่า นาคาโอคิกามิ เพิ่มความแข็งแรงให้กับส่วนซี่ร่มที่ยึดกับโครงร่ม บางครั้งก็ใช้กระดาษคนละสีกับผืนร่มเพิ่มความสวยงามไปในตัว

เสร็จแล้วถึงค่อยนำเอากระดาษญี่ปุ่นแผ่นใหญ่ที่ตัดทรงเข้ากับซี่ร่มมาแปะทีละแผ่นจนเต็มคันร่ม

                    th_IMG_3497

จากนั้นก็ทาน้ำมันจากพืชเพื่อคุณสมบัติกันน้ำ แห้งแล้วก็ทากระดาษส่วนที่ติดกับซี่ร่มด้วยยางรักหรือยางไม้เพิ่มความแข็งแรงทนทาน เมื่อแห้งดีแล้วก็เป็นการประดับตกแต่งเช่นการถักด้ายที่โครงด้านใน

นี่เป็นขั้นตอนคร่าวๆ เท่านั้น ที่จริงยังมีขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย ยังไม่นับเวลาและกระบวนการที่ต้องใช้ความประณีตสูงอีกกว่าจะเสร็จออกมาเป็นร่มหนึ่งคัน เป็นความใส่ใจและความตั้งใจที่จะสืบสานวัฒนธรรมของร่มญี่ปุ่นที่น่านับถือจริงๆ

ถือร่มญี่ปุ่นออกไปเดินเล่นในวันฝนตกกัน

              ด้วยความที่ร่มแบบสมัยใหม่เป็นที่นิยมในชีวิตประจำวัน ร่มญี่ปุ่นจึงมักนำมาใช้กันในโอกาสพิเศษเช่นพิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เลยเป็นที่มาของการใช้ร่มญี่ปุ่นคู่กับชุดกิโมโน

                            DSC_2078Image  "Meiji Shrine, Japan’s best known shrine. The most visited shrine for Hatsumode!"


บ้างก็เอาไปใช้เป็นของประดับตกแต่งสถานที่ บ้างก็ใช้ประหนึ่งงานศิลปะ พูดอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งคิดไปว่าร่มญี่ปุ่นเป็นของใช้ยาก เพราะยังไงเสียนี่ก็เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างหนึ่ง วันไหนที่ฝนตกก็หยิบเอาร่มญี่ปุ่นมากางใช้ได้เลย

                                                                                                               th_wagasa_18

                                                          เสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบผืนกระดาษของร่มก็เป็นเอกลักษณ์ ฟังแล้วเพลินหู

                                                                              th_IMG_1277

หากมีโอกาสผ่านไปเจอร้านขายร่มญี่ปุ่นก็ลองเข้าไปเดินดูร่มสวยๆ สัมผัสงานฝีมือของช่างญี่ปุ่นกันดูนะ ไม่แน่อาจจะเจอร่มสวยๆ ที่ถูกใจขึ้นมาก็ได้

                    th_IMG_3519


แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย Kasumi Hashimoto